หลายปีที่ผ่านมาทะเลแหวกเป็น Unseen Thailand รายการหนึ่งทีน่าตื่นตะลึงสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดจากน้ำขึ้น-น้ำลงตามธรรมชาติอันทำให้สันทรายของเกาะทั้งสามคือ เกาะทับ เกาะหม้อและเกาะไก่ปรากฎขึ้นเมื่อน้ำลด
นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปมาระหว่างเกาะได้ ส่วนใหญ่ก็จะมาถ่ายรูปกัน ควรจะเดินทางมาในช่วงที่น้ำทะเลลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ (ต้องดูปฎิทินแบบไทยที่มีบอกข้างขึ้นข้างแรม) ทะเลแหวกถือได้ว่าเป็นรายการที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนที่มาเที่ยวจังหวัดกระบี(ภาพ-ขอบคุณ Sirirat/gotoknow.org)
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Mr.Santos-Lanta Fireman
If you come to Koh Lanta and stay at Nakara Long Beach Resort. We are welcome to see an exciting show by a man who was called "Lanta man"-Mr. Santos and his performances.
วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เกาะลันตาน่าอยู่(3)
เจ๊ะอาแวบอกว่า ”เมื่อก่อนถนนขึ้นมาบนเขานี้ไม่มีหรอก มีเพียงเส้นทางที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นมาเองเป็นทางแคบๆ พอที่จะนำยางลงไปส่งขายให้กับผู้รับซื้อที่มารอรับซื้อที่ท่าเรือด้านล่าง ต้องลงไปแต่เช้า ต้องขายให้เสร็จภายในวันเดียวถ้าไม่เสร็จก็ต้องหานอนตามบ้านญาติหรือคนรู้จักด้านล่างเพราะมืดแล้วจะมองไม่เห็นทาง”
ครอบครัวเจ๊ะอาแวเป็นอีกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่ทันเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนเกาะและเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนั้นสิ่งหนี่งที่แกบอกผมว่า แกดีใจที่เกาะแห่งนี้มีผู้คนมาเที่ยว และผ่านหน้าบ้านแกทุกวันทำให้แกไม่เหงา แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังหายไปจากหมู่บ้านก็คือกลุ่มมุสลิมหนุ่มสาวที่นิยมลงไปทำงานตามโรงแรม รีสอร์ทด้านล่างมากกว่าจะอยู่ดูแลธุรกิจการทำสวนยางของพ่อแม่
ชุมชนเมืองเก่าลันตาประกอบไปด้วยอาคารห้องแถวไม้ บางส่วนถูกบูรณะใหม่ สถาปัตยกรรมยังคงเป็นเรือนไม้สองชั้นแบบจีนโบราณตกแต่งด้วยโคมไฟ ชาวบ้านที่นี่มีทั้งคนไทย คนจีนชาวพุทธและคนมุสลิม แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ ความรักใคร่กลมเกลียวกันและอยู่กันอย่างสงบสุข
เกาะลันตาในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป สาธารนูปโภคได้รับการพัฒนาปรับปรุงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ เกาะสวรรค์แห่งอันดามันแห่งนี้ รีสอร์ทใหม่กำลังก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความเจริญส่วนใหญ่ต่างกระจุกตัวกันอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ ที่ติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน
ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่อยู่บนเกาะเล็กๆแห่งนี้ผมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตชาวเกาะจะทำให้ผมลืมโลกภายนอก ลืมความสับสนวุ่นวายต่างๆ ของสังคมเมืองและสถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างสิ้นเชิง
ครอบครัวเจ๊ะอาแวเป็นอีกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่ทันเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนเกาะและเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนั้นสิ่งหนี่งที่แกบอกผมว่า แกดีใจที่เกาะแห่งนี้มีผู้คนมาเที่ยว และผ่านหน้าบ้านแกทุกวันทำให้แกไม่เหงา แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังหายไปจากหมู่บ้านก็คือกลุ่มมุสลิมหนุ่มสาวที่นิยมลงไปทำงานตามโรงแรม รีสอร์ทด้านล่างมากกว่าจะอยู่ดูแลธุรกิจการทำสวนยางของพ่อแม่
ชุมชนเมืองเก่าลันตาประกอบไปด้วยอาคารห้องแถวไม้ บางส่วนถูกบูรณะใหม่ สถาปัตยกรรมยังคงเป็นเรือนไม้สองชั้นแบบจีนโบราณตกแต่งด้วยโคมไฟ ชาวบ้านที่นี่มีทั้งคนไทย คนจีนชาวพุทธและคนมุสลิม แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ ความรักใคร่กลมเกลียวกันและอยู่กันอย่างสงบสุข
เกาะลันตาในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป สาธารนูปโภคได้รับการพัฒนาปรับปรุงเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ เกาะสวรรค์แห่งอันดามันแห่งนี้ รีสอร์ทใหม่กำลังก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความเจริญส่วนใหญ่ต่างกระจุกตัวกันอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ ที่ติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน
ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่อยู่บนเกาะเล็กๆแห่งนี้ผมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตชาวเกาะจะทำให้ผมลืมโลกภายนอก ลืมความสับสนวุ่นวายต่างๆ ของสังคมเมืองและสถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างสิ้นเชิง
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เกาะลันตาน่าอยู่(2)
บนเกาะแห่งนี้ มอเตอร์ไซค์เหมาะสมที่สุดเพราะมันสามารถซอกแซกไปได้ทุกที่ นอกเหนือจากมอเตอร์ไซค์พ่วงที่ดัดแปลงเป็นรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแล้ว เราสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์มีอยู่ทั่วไปตามหน้าหาดที่มีรีสอร์ทตั้งอยู่หรือตามร้านเช่ารถ อัตราค่าเช่าอยู่ระหว่าง 200-250 ต่อวันขึ้นอยู่กับชนิดของรถ
ผมเริ่มต้นจาก นคราลองบีชรีสอร์ท ที่พักแห่งนี้ดูจะเป็นที่พักเดียวที่อยู่ติดหาดที่เหยียดยาว ทรายขาวสะอาด ห้องพักเป็นบังกาโลแยกเป็นหลัง ท่ามกลางสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม เป็นที่เดียวที่คุณสามารถรับลมทะเลเย็นๆได้ตลอดทั้งวัน หรือจะกระโดดลงสระน้ำในยามบ่าย และยามเย็นก็สามารถชมวิวแบบพาโนราม่าของพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยที่สุดอีกด้วย
การเดินทางไปย่านเมืองเก่าของเกาะเป็นถนนคอนกรีตอย่างดีตัดผ่านภูเขาจากฝั่งทะเลตะวันตกสู่ซีกฝั่งหนึ่งด้านตะวันตก ตลอดสองข้างทางจะผ่านสวนยางของชาวบ้าน มีป้ายบอกกทางตรงทางแยกให้ทราบตลอด ซึ่งรายละเอียดของจุดท่องเที่ยวแผนที่เส้นทางที่พักทุกแห่งมีไว้บริการผู้เข้าพักอยู่แล้ว ระหว่างทางผมแวะสวนยางแห่งหนึ่ง พ่อแม่ลูกกำลังช่วยกันนำผลผลิตยางแผ่นของครอบครัวออกตากแดด
ครอบครัวเจ๊ะอาแว เป็นชาวเกาะลันตาแต่ดั้งเดิม มีอาชีพทำสวนยางมาแต่บรรพบุรุษ ตามสายตาที่คาดคะเนดูน่าจะมีไม่น้อยกว่า 200-300 ต้นในพื้นที่ เจ๊ะอาแวเล่าว่าตั้งแต่เล็กจนโตแกก็เห็นต้นยางเหล่านี้อยู่แล้ว สมัยพ่อต้นยางเก่าบางส่วนถูกตัดทิ้งและบางส่วนปลูกใหม่ ที่เห็นอยู่นี้จึงเป็นสวนยางรุ่นที่สองของครอบครัว
ผมเริ่มต้นจาก นคราลองบีชรีสอร์ท ที่พักแห่งนี้ดูจะเป็นที่พักเดียวที่อยู่ติดหาดที่เหยียดยาว ทรายขาวสะอาด ห้องพักเป็นบังกาโลแยกเป็นหลัง ท่ามกลางสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม เป็นที่เดียวที่คุณสามารถรับลมทะเลเย็นๆได้ตลอดทั้งวัน หรือจะกระโดดลงสระน้ำในยามบ่าย และยามเย็นก็สามารถชมวิวแบบพาโนราม่าของพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยที่สุดอีกด้วย
การเดินทางไปย่านเมืองเก่าของเกาะเป็นถนนคอนกรีตอย่างดีตัดผ่านภูเขาจากฝั่งทะเลตะวันตกสู่ซีกฝั่งหนึ่งด้านตะวันตก ตลอดสองข้างทางจะผ่านสวนยางของชาวบ้าน มีป้ายบอกกทางตรงทางแยกให้ทราบตลอด ซึ่งรายละเอียดของจุดท่องเที่ยวแผนที่เส้นทางที่พักทุกแห่งมีไว้บริการผู้เข้าพักอยู่แล้ว ระหว่างทางผมแวะสวนยางแห่งหนึ่ง พ่อแม่ลูกกำลังช่วยกันนำผลผลิตยางแผ่นของครอบครัวออกตากแดด
ครอบครัวเจ๊ะอาแว เป็นชาวเกาะลันตาแต่ดั้งเดิม มีอาชีพทำสวนยางมาแต่บรรพบุรุษ ตามสายตาที่คาดคะเนดูน่าจะมีไม่น้อยกว่า 200-300 ต้นในพื้นที่ เจ๊ะอาแวเล่าว่าตั้งแต่เล็กจนโตแกก็เห็นต้นยางเหล่านี้อยู่แล้ว สมัยพ่อต้นยางเก่าบางส่วนถูกตัดทิ้งและบางส่วนปลูกใหม่ ที่เห็นอยู่นี้จึงเป็นสวนยางรุ่นที่สองของครอบครัว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





